<?xml version="1.0" encoding="UTF-8"?><!-- generator="WordPress/2.8.5" -->
<rss version="0.92">
<channel>
	<title>หนูแกสบี้ Gasby , Cavy : เว็บคู่มือการเลี้ยงหนูแกสบี้</title>
	<link>http://pets.cavyonline.com</link>
	<description>เว็บหนูแกสบี้ แกสบี้ออนไลน์ จุดศูนย์รวมของคนรักหนูแกสบี้ :: ตอนนี้เว็บยังไม่เสร็จดีนะครับ ยังเหลือการปรับแต่งหน้าตาเว็บบอร์ดใหม่อยู่ครับ</description>
	<lastBuildDate>Sat, 15 Jan 2011 06:20:26 +0000</lastBuildDate>
	<docs>http://backend.userland.com/rss092</docs>
	<language>en</language>
	
	<item>
		<title>วิตามินซีกับแกสบี้</title>
		<description>หนูแกสบี้เป็นสัตว์ที่ร่างกายไม่สามารถสร้างวิตามินซีเองได้ เค้าจึงต้องการวิตามินซี 25 มล. / ตัว / วัน  วิตามินซีอาจได้รับจากอาหาร

1. ผสมน้ำ แต่ควรให้แกสบี้กินให้หมดภายใน 12 ชม. เพราะถ้าวิตามินซีจะสลายตัวเมื่อโดนแสง
2. เควี่ฟลุต จะป้อนสดหรือว่าผสมน้ำก็ได้ค่ะ
3. วิตามินซีแบบเม็ด อันนี้หาซื้อง่าย ที่ร้านขายยาของคนค่ะ ราคาถูก แค่ 10 บาท ที่บ้านให้ตัวนี้อยู่ ให้วันละครึ่งเม็ดค่ะ แรกๆต้องยัดหน่อย หลังๆพอเค้ารู้รสแล้วเค้าจะขอกินเองค่ะ
4. ฝรั่ง ให้กินวันละ 1 ชิ้นต่อ 1 ตัวก็พอค่ะ ชิ้่นที่เราเฉาะกันนั่นแหละค่ะ

ผู้แนะนำบทความ : LiU_LiU </description>
		<link>http://pets.cavyonline.com/%e0%b8%a7%e0%b8%b4%e0%b8%95%e0%b8%b2%e0%b8%a1%e0%b8%b4%e0%b8%99%e0%b8%8b%e0%b8%b5%e0%b8%81%e0%b8%b1%e0%b8%9a%e0%b9%81%e0%b8%81%e0%b8%aa%e0%b8%9a%e0%b8%b5%e0%b9%89.html</link>
			</item>
	<item>
		<title>นำรูปมาให้เทียบสีกัน</title>
		<description>กลุ่ม SELF
1. สีดำ



2. สีเบจ



3. สีครีม หรือ สีวนิลา



4. สีช๊อคโกแล๊ต



5. สีไลแลค



6. สีแดง



7. สีขาว



อะกูติ

1. เลม่อนอะกูติ



2. โกลเด้นอะกูติ



3. ซิลเวอร์อะกูติ



4. ชินนาม่อนอะกูติ



อาเจนเต้

1. ซิลเวอร์อาเจนเต้



2. โกลเด้นอาเจนเต้



3. เลม่อนอาเจนเต้



โรน

1. แบล็คโรน



3. บริดเดิ้ลโรน



ไว้โอกาสหน้าจะมาเพิ่มให้อีกนะค่ะ

ขอบคุณภาพจาก : พี่นกบันนี่   พี่โมนิ  และ  http://www.elisanet.fi/aniaras/Rodut%20&#38;%20v%E4rit/rotuja%20ja%20v%E4rej%E4.htm
ผู้แนะนำบทความ : LiU_LiU </description>
		<link>http://pets.cavyonline.com/%e0%b8%99%e0%b8%b3%e0%b8%a3%e0%b8%b9%e0%b8%9b%e0%b8%a1%e0%b8%b2%e0%b9%83%e0%b8%ab%e0%b9%89%e0%b9%80%e0%b8%97%e0%b8%b5%e0%b8%a2%e0%b8%9a%e0%b8%aa%e0%b8%b5%e0%b8%81%e0%b8%b1%e0%b8%99.html</link>
			</item>
	<item>
		<title>สีตาแกสบี้</title>
		<description>rubyeye หรือ ตาดำฉาบแดง



pinkeye หรือ ตาสีแดง



blackeye หรือ ตาสีดำ



ขอบคุณภาพจาก : http://www.storybookcavies.com/cavy_glossary.htm
ผู้แนะนำบทความ : LiU_LiU </description>
		<link>http://pets.cavyonline.com/%e0%b8%aa%e0%b8%b5%e0%b8%95%e0%b8%b2%e0%b9%81%e0%b8%81%e0%b8%aa%e0%b8%9a%e0%b8%b5%e0%b9%89.html</link>
			</item>
	<item>
		<title>พืชที่เป็นอันตรายกับแกสบี้</title>
		<description>1. ว่านหางจระเข้ ที่หลายๆคนใช้ทาเพื่อสมานแผล แต่รู้หรือไม่ว่าเจ้าว่านหางจระเข้าเนี่ยเป็นอันตรายกับหนูแกสบี้ เมื่อเจ้าตัวเล็กของเพื่อนแทะ ยางจะเข้าไปกัดช่องปาก และคันในทางเดินอาหาร เมื่อพบว่าหนูแกสบี้ของเพื่อนๆแทะหรือกินเจ้าว่านหางจระเข้เข้าไป ควรรีบพาไปพบสัตวแพทย์ ถ้าทันหมอจะล้างท้องให้ แต่อยากบอกว่ามีโอกาสเสี่ยงที่จะตายสูงค่ะ

2. ผักบุ้งไทย ที่ขึ้นตามทุ่งอะค่ะ ที่มีก้านสีน้ำตาล ที่เค้ากินกับส้มตำ เนื่องจากผักบุ้งชนิดนี้มียางเยอะจึงไม่แนะนำให้แกสบี้กินค่ะ

3. มันแกว มันแกวมีส่วนที่เป็นพิษคือใบ และ เม็ดค่ะ เมื่อกินไปแล้วจะทำให้ระบบหายใจล้อเหลว และตายได้ค่ะ

4. สาวน้อยประแป้ง เป็นต้นไม้ที่นิยมปลูกกันมาก แต่เพื่อนรู้ไหมค่ะว่า พืชชนิดนี้เป็นอันตรายกับหนูแกสบี้ของเพื่อนๆ เมื่อหนูแกสบี้ของเพื่อนกัดเข้าไปจะทำให้ ช่วงปากทางเดินอาหารระคายเคือง ร้อนไหม้ การล้างท้องไม่สามารถจำกัดพิษของสาวน้อยประแป้งออกได้ จึงนับว่าเป็นอันตรายมาก

5. มันสำปะหลังดิบ เนื่องจากมันสำปะหลังดิบมีสารประเภทไซยาไนต์ จึงห้ามกินดิบๆ

6. แพงพวย มีอยู่ทั่วไปในบ้านเรา แทบจะเป็นวัชพืชเลยทีเดียว แต่คนไทยไม่ค่อยรู้จัก ทั้งที่ติดอยู่ในต้นไม้มีพิษของเว็บต่างประเทศ

7. ต้นปรง ตรงยอดและเม็ดมีพิษรุนแรงทำให้ชักและตายได้

8. ต้นบอน เนื่องจากต้นบอนมียางที่เป็นพิษ ทำให้ระคายเคืองเยื่อบุช่องปากและลำคอ

9. ต้นพลูฉีก มีพิษประเภทเดียวกับต้นบอนค่ะ

10. ต้นโป๊ยเซียน ทำให้เกิดการระคายเคืองบริเวณผิวหนังและบริเวณที่สัมผัส

11. กะหล่ำปลี ผักกาดขาว ...</description>
		<link>http://pets.cavyonline.com/%e0%b8%9e%e0%b8%b7%e0%b8%8a%e0%b8%97%e0%b8%b5%e0%b9%88%e0%b9%80%e0%b8%9b%e0%b9%87%e0%b8%99%e0%b8%ad%e0%b8%b1%e0%b8%99%e0%b8%95%e0%b8%a3%e0%b8%b2%e0%b8%a2%e0%b8%81%e0%b8%b1%e0%b8%9a%e0%b9%81%e0%b8%81.html</link>
			</item>
	<item>
		<title>ขนของหนูแกสบี้</title>
		<description>1. ขนธรรมดา  จะมีลักษณะเหมือนขนของสัตว์ทั่วไป


2. ขนซาติน   ขนจะนิ่ม และเงา เมื่อสะท้อนกับแสงจะเงาเป็นประกาย


3. ขนสปริทซาติน  ขนจะนุ่ม  แต่มีเส้นใหญ่กว่าซาตินเล็กน้อยสามารถแบ่งได้เป็น 3 อย่างได้แก่
- เงาแต่น้อยกว่าซาติน และมีขนนุ่ม
- ไม่เงาแต่มีขนแน่นและนุ่ม
- เส้นใหญ่เหมือนขนธรรมดาแต่จะเงาและนุ่ม


4. ไม่มีขน  ตอนแรกเกิดจะมีขนเหมือนหนูแกสบี้ทั่วไป แต่ภายในหนึ่งสัปดาห์ ขนจะเริ่มร่วงตั้งแต่ตาและจมูก แล้วร่วงทั้งด้านหน้าและด้านหลังจนหมด แต่จะมีเส้นบางๆอยู่บ้างเช่น รอยยับบริเวณคางและข้อเท้า

ขอบคุณภาพจาก : ทองเทพเควี่ฮัท
ผู้แนะนำบทความ : หลิว LiU_LiU </description>
		<link>http://pets.cavyonline.com/%e0%b8%82%e0%b8%99%e0%b8%82%e0%b8%ad%e0%b8%87%e0%b8%ab%e0%b8%99%e0%b8%b9%e0%b9%81%e0%b8%81%e0%b8%aa%e0%b8%9a%e0%b8%b5%e0%b9%89.html</link>
			</item>
	<item>
		<title>ชื่อของหนูแกสบี้</title>
		<description>

ชื่อทางวิทยาศาตร์ CAVIA PORCELLUS

ชื่อสามัญ CAVY มาจากภาษาละตินว่า CAVUS = CAVE แปลว่าถ้ำ

ไทย                แกสบี้

ญี่ปุ่น               โมรุ-โมโต๊ะ  (Moru-Motto)

อเมริกา           กินนี พิก      (Guinea pig)

สวีเดน             มาร์สวินส์     (Mar svins)

ขอบคุณข้อมูลจาก : หนังสือการเพาะเลี้ยงหนูแกสบี้ โดย นฤมล มานิพพาน
ผู้แนะนำบทความ : หลิว (LiU_LiU) </description>
		<link>http://pets.cavyonline.com/%e0%b8%8a%e0%b8%b7%e0%b9%88%e0%b8%ad%e0%b8%82%e0%b8%ad%e0%b8%87%e0%b8%ab%e0%b8%99%e0%b8%b9%e0%b9%81%e0%b8%81%e0%b8%aa%e0%b8%9a%e0%b8%b5%e0%b9%89.html</link>
			</item>
	<item>
		<title>วิวัฒนาการของหนูแกสบี้</title>
		<description>

จุดเริ่มต้นของหนูแกสบ้นั้น ได้มีการขุดค้นพบซากฟอสซิล สัตว์ฟันแทะในยุคพาเลโอซินี่ ประมาณ 57 ล้านปี ในยุคนั้นสัตว์ฟันแทะได้วิวัฒนาการรูปต่างต่างๆมากมาย จนถึงยุค 20 ล้านปี ก่อนยุค ไมโอซินี ตอนกลางพบว่าต้นตระกูลของหนูแกสบี้พบในประเทศอเมริกาใต้ หลังจากนั้นเป็นต้นมาหนูแกสบี้ได้มีการพัฒนาเรื่องมาจรมีหลากหลายสายพันธุ์

ในอดีตหนูแกสบี้อาศัยอยู่ในป่าและในถ้ำ จึงเรียกหนูแกสบี้เหล่านี้ว่า "เควี่ป่า" (Wild cavies) ได้พบหนูแกสบี้ชนิดนี้อาศัยอยู่รวมกันเป็นกลุ่ม และเป็นเพื่อนกับมนุษย์มานานแล้ว ประมาณ 10,000 ปี ได้พบหลักฐานว่าเควี่ป่าได้มีการวิวัฒนาการจากสัตว์ป่ามาเป็นสัตว์เลี้ยงนับเป็นเวลาหลายพันปี โดยผู้พบเห็นคนแรกคือ ชนชาติละตินอเมริกา ในเขตประเทศอเมริกาตอนใต้และได้นำเควี่มาทำอาหารและประมาณ 5000 ปี ก่อนคริสตกาล ชาวอินคาได้นำเควี่มาเป็นสัตว์เลี้ยง ใช้เนื้อมาประกอบอาหารและนำไปเป็นเครื่องไหว้ในพิธีทางศาสนา

ในปัจจุนับยังมีการนำเควี่มาเป้ฯสัตว์เลี้ยง และใช้เนื้อเป็นอาหารและนำไปใช้เป็นเคื่องไว้ในพิธีทางศาสนาอยู่จะพบมากในทวีปอเมริกาใต้ ลิม่า เปรู ลาปาซ
วิวัฒนาการจากอเมริกาไปยังยุโรป
เมื่ออาณาจักรอิคาตกเป็นอาณานิคมของอาณาจักรสเปนได้มีพ่อค้านำเควี่ป่าไปเลี้ยงในทวีปยุโรป และที่ประเทศอังกฤษ ช่วงศตวรรษที่ 16 ราคาซื้อขายตัวละ 21 ซิลลิ่ง ซึ่งถือได้ว่าเป็นสัตว์เลี้ยงที่มีราคาแพงและได้รับความนิยมชนิดหนึ่ง จนกระทั่งทำให้เควี่ป่ากลายเป้นสัตว์เลี้ยงไปโดยปริยาย นอกจากนี้ยังได้มีการผสมคัดเลือกและปรับปรุงสายพันธุ์จนได้ัลักษณะตัวที่มีสีสันสวยงาม

ในสมัยนั้นระหว่างและหลังปี ค.ศ. 1600 หนูแกสบี้เป็นที่นิยมเลี้ยงกันของขุนนาง และชนชั้นสูงใน ทวีปยุโรป ...</description>
		<link>http://pets.cavyonline.com/%e0%b8%a7%e0%b8%b4%e0%b8%a7%e0%b8%b1%e0%b8%92%e0%b8%99%e0%b8%b2%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b8%82%e0%b8%ad%e0%b8%87%e0%b8%ab%e0%b8%99%e0%b8%b9%e0%b9%81%e0%b8%81%e0%b8%aa%e0%b8%9a%e0%b8%b5%e0%b9%89.html</link>
			</item>
	<item>
		<title>ประวัติกินนี พิก มาเป็นเควี่</title>
		<description>

เควี่ (Cavies) เป็นชื่อที่คนส่วนใหญ่ที่เรียกมาจากคำว่า Guinea pig เพราะมาจากชื่อวิทยาศาสตร์ คำว่า Cavus = CAve มีความหมายว่า ถ้ำ หรือชื่ออาจจะย่อมาจากภาษาละตินว่า Caviidea

ส่วนประเทศยุโรปเรียกกันว่า กินนี พิก ซี่งเป็นคำที่สากลส่วนใหญ่ใช้เรียกกันในประเทศอังกฤษ ส่วนคำว่า เควี่ จะใช้เรียกกันในประเทศอเมริกาเท่านั้น

สำหรับคำว่า หนูแกสบี้ ในประเทศไทยได้มีการเเรียกชื่อกันผิดมาตั้งแต่เริ่มแรกจากผู้ขาย หรือ มีการตั้งชื่อในทางการค้าเพื่อให้เรียกง่ายจึงทำให้หนูกินนี พิก เพี้ยนมาเป็น หนูแกสบี้ เรื่อยมาจนถึงปัจจุบัน

ขอบคุณข้อมูลจาก : หนังสือการเพาะเลี้ยงหนูแกสบี้ โดย นฤมล มานิพพาน
ผู้แนะนำบทความ : หลิว (LiU_LiU) </description>
		<link>http://pets.cavyonline.com/%e0%b8%9b%e0%b8%a3%e0%b8%b0%e0%b8%a7%e0%b8%b1%e0%b8%95%e0%b8%b4%e0%b8%81%e0%b8%b4%e0%b8%99%e0%b8%99%e0%b8%b5-%e0%b8%9e%e0%b8%b4%e0%b8%81-%e0%b8%a1%e0%b8%b2%e0%b9%80%e0%b8%9b%e0%b9%87%e0%b8%99%e0%b9%80.html</link>
			</item>
	<item>
		<title>ประวัติของกินนี พิก และ เควี่</title>
		<description>

หนูแกสบี้มีถิ่นกำเนิดอยูในทวีปอเมริกาใต้ พบได้ทั่วไปบริเวณแถบทุ่งหญ้าประเทศเปรู อาร์เจนตินา และอุรุกวัย รวมทั้งบริเวณเทียกเขาเอนดีส และแม้กระทั่งในทะเลทรายก็สามารถพบเห็นได้ สำหรับในป่าประเทศไทยได้มีการนำเข้ามาครั้งแรกในรูปแบบของสัตว์ทดลอง หรือเรียกว่า "หนูตะเภา" มีลักษณะขนสั้นและสีสันไม่สวยงาม ต่อมาได้มีการนำเข้าหนูแกสบี้พันธุ์ขนยาว จากต่างประเทศ มีลักษณะขนยาว และสีสันสวยงาม จนมีผู้สนใจนำไปเพาะเลี้ยงและขยายพันธุ์หลากหลายสายพันธุ์ เพราะทนต่อสภาพอากาศร้อนชื้นได้ดี จึงมีผู้สนใจเป็นจำนวนมาก

ประวัติของGuimea pig ได้มีการบอกต่อๆกันมาว่า เป้นเพราะหนูแกสบี้มีลักษณะคล้ายหมูและเมื่อนำมาทำอาหารก็รสชาติคล้ายเนื้อหมู จีงเรียกว่า pig

ในสมัยยุโรปราวช่วงต้นศตวรรษที่ 16 จากดัชการ์นา ว่ากันว่า Guinea pig เพี้ยนมาจากคำว่า "กายอาน่า" ซึ่งเป็นชื่อประเทศในทวีปอเมริกาใต้ โดยมีชาวยุโรปติดต่อการขายในสมัยนั้น และได้มีเรื่องเล่าเกี่ยวกับ Guinea pig อีกว่า ได้มีการขายสัตว์ชนิดนี้ให้กับพ่อค้าชาวดัชในราคา 1 กินนี ซึ่งในสมัยนั้นเงินในยุโรปเรียกว่า "กินนี พิก" และอีกเรื่องหนึ่งคือ มีชาวสเปนเดินทางไปตลาดในประเทศเปรู และได้เห็นหนูแกสบี้วางขายเป็นจำนวนมาก มีรูปร่างคล้ายหมู และได้เรียกว่า "หมูอินเดียเล็ก" ส่วนคำว่า Guinea pig ...</description>
		<link>http://pets.cavyonline.com/%e0%b8%9b%e0%b8%a3%e0%b8%b0%e0%b8%a7%e0%b8%b1%e0%b8%95%e0%b8%b4%e0%b8%82%e0%b8%ad%e0%b8%87%e0%b8%81%e0%b8%b4%e0%b8%99%e0%b8%99%e0%b8%b5-%e0%b8%9e%e0%b8%b4%e0%b8%81-%e0%b9%81%e0%b8%a5%e0%b8%b0.html</link>
			</item>
	<item>
		<title>โรคคอเอียง</title>
		<description>โรคคอเอียงเกิดได้จากหลายสาเหตุ ดังนี้

1. เกิดจากความซน กระโดดเล่นแรง ตกจากที่สูงอาจจะทำให้คอเคล็ดได้ค่ะ ถ้าอาการยังปกติกินได้ ก็ไม่น่ามีปัญหาอะไรสักพักก็าหายค่ะ

2. ถ้าหัวเอียงเกาหูบ่อยๆ แสดงว่ามีไรในหูค่ะ ระยะแรกยังรักษาได้ ถ้าปล่อยไว้นานจะติดเชื้อในช่องหูค่ะ

3. เกิดจากอาการหวัด ปอดอักเสบ อันนี้จะไม่ค่อยกินอาหาร และซึมค่ะ

4. เป็นโรคทางระบบประสาท ซึม ไม่กินอาหาร

ผู้แนะนำบทความ : LiU_LiU

ขอบคุณข้อมูลจาก : พี่ pk_dormouse </description>
		<link>http://pets.cavyonline.com/%e0%b9%82%e0%b8%a3%e0%b8%84%e0%b8%84%e0%b8%ad%e0%b9%80%e0%b8%ad%e0%b8%b5%e0%b8%a2%e0%b8%87.html</link>
			</item>
</channel>
</rss>

